
การซื้อขายที่ดินเป็นธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงและมีผลผูกพันทางกฎหมายโดยตรง ดังนั้นก่อนที่จะลงนามในสัญญาซื้อขาย ผู้ซื้อควรพิจารณาข้อควรระวังต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางกฎหมาย ข้อพิพาท หรือความเสียหายทางการเงิน
ข้อควรระวังอันดับแรก คือการตรวจสอบเอกสารสิทธิของที่ดินว่ามีความถูกต้องหรือไม่ โฉนดที่ดินต้องออกโดยกรมที่ดินและสามารถตรวจสอบได้จริง หากพบว่าเป็นเอกสารที่ถูกปลอมแปลง หรือมีข้อพิพาททางกฎหมาย เช่น คดีความหรือการอายัด ผู้ซื้ออาจไม่สามารถได้สิทธิกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างแท้จริง
ข้อควรระวังต่อมาคือการตรวจสอบภาระผูกพันของที่ดิน เช่น การจำนอง การขายฝาก หรือภาระจำยอม เพราะหากที่ดินติดภาระผูกพัน ผู้ซื้ออาจไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ตามที่ตั้งใจ และยังอาจมีภาระต้องรับผิดชอบแทนเจ้าของเดิม
ในด้านของสัญญา ควรตรวจสอบรายละเอียดทุกข้ออย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นราคาซื้อขาย วิธีการชำระเงิน กำหนดเวลาส่งมอบที่ดิน หรือเงื่อนไขการโอนกรรมสิทธิ์ สัญญาที่ร่างขึ้นควรชัดเจนและเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และหากเป็นไปได้ควรให้ทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายช่วยตรวจสอบ
ข้อควรระวังอีกประการหนึ่งคือการตรวจสอบสถานะทางกายภาพของที่ดิน ผู้ซื้อควรลงพื้นที่จริงเพื่อดูว่าแปลงที่ดินตรงตามที่ระบุในโฉนดหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเขตติดต่อ เนื้อที่ และการเข้าถึงทางสาธารณะ เพราะปัญหาเช่นที่ดินตาบอดหรือทับซ้อนกับที่ดินผู้อื่นอาจทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
นอกจากนี้ควรพิจารณาปัจจัยด้านผังเมืองและข้อกฎหมายท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ที่ดินอยู่ในเขตสีอะไร สามารถปลูกสร้างอาคารหรือประกอบกิจการได้หรือไม่ หากละเลยส่วนนี้อาจทำให้ไม่สามารถพัฒนาที่ดินได้ตามที่ตั้งใจ
สรุปแล้ว การเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง การตรวจสอบเอกสารสิทธิ ภาระผูกพัน รายละเอียดในสัญญา และสภาพที่ดินจริง เป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและสร้างความมั่นใจว่าผู้ซื้อจะได้รับสิทธิกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย



