รู้สักนิดกับอัตราภาษีที่ดินฉบับใหม่ ไม่ทราบว่าท่านเจ้าของที่ดินทั้งหลายทราบหรือไม่ว่า ได้มี พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยได้กำหนดอัตราภาษีที่ดินฉบับใหม่ขึ้น ทั้งนี้อัตราภาษีใหม่ทั้งหมดจะเริ่มใช้ในปี 2563 เป็นต้นไป การกำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขึ้นใหม่ โดยตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้แบ่งที่ดินออกเป็น 4 ประเภท โดยที่ดินแต่ละประเภทจะถูกเก็บภาษีในอัตราต่างกัน คือ ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม จะถูกเก็บภาษีในอัตราต่ำที่สุด นั่นคือไม่เกินปีละ 15% ของมูลค่าที่ดิน นอกจากนี้ยังได้รับการลดหย่อนในช่วง 2 ปีแรก ให้จ่ายภาษีในอัตราปีละ 0.01-0.1% ของมูลค่า ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย จะถูกเก็บภาษีในอัตราปีละไม่เกิน 3% ของมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยในช่วง 2 ปีแรกจะได้รับการลดหย่อนภาษี โดยอัตราภาษีจะอยู่ในช่วง 0.02%-0.1% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก อย่างไรก็ตาม หากราคาที่ดินและบ้านไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ที่ดินที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ นอกเหนือจากการเกษตรกรรมหรืออยู่อาศัย ต้องเสียภาษีที่ดินไม่เกินปีละ 2% ของมูลค่าที่ดิน โดยในช่วง 2 ปีแรกจะได้รับการลดหย่อนอัตราภาษี
การถือกรรมสิทธิ์รวม การซื้อที่ดินหรือทรัพย์สินร่วมกับผู้อื่นหรือได้ที่ดินจากมรดกร่วมกับพี่น้องถือเป็นที่มาของการถือกรรมสิทธิ์รวม ซึ่งอาจนำไปสู่ความยุ่งยากในอนาคตได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันมีข้อควรระวังดังนี้ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อที่ดินหรือห้องชุดร่วมกับคนอื่น เรื่องสัดส่วนความเป็นเจ้าของที่ดินจะตกลงกันเมื่อใดก็ได้ แต่ถ้าตกลงกันได้แต่แรกก็ควรกำหนดไว้ตั้งแต่วันเข้าถือกรรมสิทธิ์รวม โดยจดทะเบียนประเภท “บรรยายส่วน” การเก็บรักษาโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ควรแน่ใจว่าคนเก็บรักษาไม่เอาโฉนดไปให้เจ้าหนี้ยึดไว้ประกันหนี้ การซื้อแบบเข้าถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับเจ้าของนั้นไม่ควรทำ ควรให้เขาแบ่งแยกที่ดินเท่าที่ต้องการซื้อออกมาก่อน แต่ถ้ารอไม่ได้ก็ให้ระบุไว้ในหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายว่าเมื่อโอนเสร็จแล้ว ให้ร่วมกันยื่นคำขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวมทันที สามีภรรยามีกรรมสิทธิ์ร่วมด้วยถ้าที่ดินเป็นสินสมรส แม้จะลงชื่อในโฉนดเพียงคนเดียว แต่ควรกำชับให้คู่สมรสเซ็นชื่อยินยอมกรณีขายออก เพราะการทำนิติกรรมเกี่ยวกับสินสมรสจะต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสเสมอ หากไม่ได้รับความยินยอมก่อน อีกฝ่ายอาจฟ้องให้เพิกถอนการโอนนั้นได้ ควรทำสัญญาระหว่างเจ้าของรวมไว้ว่าหากจะขายเฉพาะส่วนต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมคนอื่นด้วย ทางแก้ที่ดีที่สุดเมื่อมีการยึดทรัพย์ของเจ้าของรวมเพื่อขายทอดตลาดคือ เจ้าของรวมคนอื่นจะต้องไปยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้กันส่วนของตนออกจากการขายทอดตลาด กรณีที่ออกเงินร่วมกันหรือมีกรณีใด ๆ ที่กฎหมายถือว่ามีสิทธิร่วมในที่ดิน เช่น ออกเงินซื้อคนละครึ่ง ควรลงชื่อทั้งสองคนเมื่อรับโอนในการซื้อนั้น เรื่องการแบ่งกรรมสิทธิ์รวมควรคำนึงหรือเรื่องทางเข้าออกให้สะดวก ถ้าเป็นไปได้ก่อนที่เจ้าของที่ดินจะยกที่ดินให้แก่ลูกหลานหรือทำพินัยกรรม ควรแบ่งที่ดินไว้ให้เรียบร้อย มีทางเข้าออกเป็นของแต่ละแปลง การดำเนินการเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์รวมควรเป็นไปอย่างรอบคอบ ซึ่งหากเป็นไปได้ไม่ควรถือกรรมสิทธิ์รวมจะดีที่สุด เพื่อไม่ให้เสียทรัพย์เสียเวลาหากเกิดปัญหาขึ้น เอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดินมีอะไรบ้าง
“การขายฝาก” ทำให้ถูกต้องย่อมไม่เสียเปรียบ การขายฝากคืออะไร และเพราะเหตุใดจึงเกิดกรณีต่างๆ ที่ทำให้ผู้ขายฝากเสียเปรียบผู้ซื้อฝากโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ลองมาดูข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อขายประเภทนี้กัน “ขายฝาก” คือ สัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้ โดยลักษณะที่ต้องทราบมีดังนี้ สัญญาขายฝากเป็นสัญญาที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีที่จดทะเบียน ผู้ขายฝากจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินกลับคืนได้ต้องขอไถ่ถอนภายในกำหนดเวลา หรือภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์จะมีกำหนด10 ปี และถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์มีกำหนด 3 ปี นับแต่เวลาซื้อขาย สัญญาขายฝากจะต้องกำหนดระยะเวลาว่าจะไถ่คืนกันเมื่อใด ถ้าไม่มีกำหนดเวลาแน่นอนหรือกำหนดเวลาไถ่เกินไปกว่านั้นให้ลดลงมาเป็น10 ปี และ 3 ปี ตามประเภททรัพย์ การขยายกำหนดเวลาไถ่จะขยายกี่ครั้งก็ได้แล้วแต่ตกลงกันแต่รวมกันแล้วจะต้องไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันทำสัญญาขายฝาก และจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของผู้รับซื้อฝาก ซึ่งถ้าทรัพย์สินที่ขายฝากจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากการขายฝากจะต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ผลของการใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดของผู้มีสิทธิการไถ่ซึ่งก็คือผู้ขายฝากนั้นกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งขายฝากจะตกเป็นของผู้ขายฝากตั้งแต่เวลาที่ได้ชำระสินไถ่หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ ยกเว้นแต่เป็นการเช่าทรัพย์สินที่อยู่ในระหว่างขายฝากซึ่งได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และการเช่านั้นไม่ทำให้ผู้ขายฝากหรือผู้ไถ่เสียหาย กำหนดเวลาเช่ามีเหลืออยู่เพียงใดให้คงสมบูรณ์ตามนั้น แต่ต้องไม่เกินกว่าหนึ่งปี
สิทธิวางเงินสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ การนำเงินสินไถ่ไปวางทรัพย์ สัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่ ไม่เป็นการละเมิด สัญญาขายฝากที่ดินนั้น เรากำหนดไว้ก่อนว่าไม่ได้เป็นการกำหนดค่าของสินไถ่เอาไว้นั้นเอง คนที่เอาเงินไปเป็นค่าสินไถ่ก็เลยไม่ต้องกังวล และมีสิทธิ์ที่จะไถ่ที่ดิน ตามราคาที่ขายฝากเอาไว้ด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องอยู่ในกำหนดตามเวลาที่ทำสัญญากันเอาไว้นั่นเอง หากว่าคนที่รับจำนอง ไม่ยินยอมให้ไถ่แล้วล่ะก็ ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าจำเลยนั้นมีสิทธิ์ที่จะไถ่ที่ดิน ขายฝากด้วยการนำเงินสินไถ่นั้นไปวางทรัพย์ต่อสำนักงานวางทรัพย์นั่นเอง แต่ต้องภายในกำหนดเวลาไถ่ โดยสละสิทธิ์ถอนทรัพย์ที่ได้วางเอาไว้นั่นเอง โดยกรณีที่เกิดขึ้นอย่างนี้ก็จัดได้ว่าที่ดินที่ขายฝากเป็นของคนที่เอาไปขายฝากตั้งแต่วางทรัพย์สินเป็นการเป็นสินไถ่ไปแล้ว เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง โดยหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังสงสัยในเรื่องของสิทธิวางเงินสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ก็คงจะสงสัยใช่หรือไม่ว่าเรานั้นมีสิทธิหรือเปล่า ขอตอบเลยว่ามีสิทธิอย่างแน่นอน และรับรองว่าการที่เราจะนำเอาไปไถ่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกแต่ประการใดอีกด้วย เรียกได้ว่าเหมาะสมกับการที่จะต้องหาเงิน เพราะว่าการที่เราจำเป็นต้องใช้เงินนั้น ส่วนมากก็จะนึกไปถึงการที่เรานั้นเอาไปจำนองหรือว่าขายฝากนั่นเอง อาจจะดูเป็นเรื่องที่เข้าใจยากมาก แต่หากว่าพยายามทำความเข้าใจจริงๆ แน่นอนว่าคุณจะสามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดายแน่นอน สินไถ่ คืออะไร
6 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการอายัดที่ดิน หนึ่งข้อเกี่ยวกับสาระสำคัญของการดำเนินการตามกฎหมายในเรื่องของที่ดินหรือรวมเรียกว่า การทำนิติกรรมทางที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับ การอายัดที่ดิน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการแจ้งให้บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับที่ดินผืนนั้นทราบว่าจะกระทำสิ่งใดโดยพละการในที่ดินนั้นๆไม่ได้ ควรได้รับอนุญาตจากผู้ที่ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นก่อน การอายัดที่ดิน เป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยต้องเป็นเจ้าของที่ดินนั้น สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์ถือครองที่ดินถ้าจะกระทำการดังกล่าว มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่พึงทราบ ดังนี้ 1 ผู้ขออายัดต้องยื่นคำขออายัดต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดิน ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ 2 ขออายัดได้มีเฉพาะแต่ที่ดินเท่านั้นส่วนอสังหาริมทรัพย์อื่นที่ตั้งอยู่บนที่ดินนั้นไม่ได้รับการอายัดด้วย 3 การขออายัดจะต้องไม่มีการยื่นฟ้องต่อศาล 4 ผู้ขออายัดต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในที่ดินที่ขออายัดโดยอาจจะฟ้องบังคับ ให้มีการจดทะเบียน หรือให้มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ 5 ผู้ขออายัดมีสิทธิฟ้องเพื่อให้มีการขายที่ดินได้ 6 มีหลักฐานเกี่ยวกับการอายัดชัดเจนทั้งโฉนดและหลักฐานการแสดงความเป็นเจ้าของอื่นๆที่เกี่ยวกับ การอายัดที่ดิน นอกจากนี้อายุของ การอายัดที่ดิน มีกำหนด 30 วัน ทั้งนี้หากมีเหตุมี่ทำให้การขออายัดเกิดการเปลี่ยนแปลง พนักงานเจ้าที่มีสิทธิที่จะตรวจสอบได้อย่างสมบูรณ์และถูกต้อง เพื่อไขข้อข้องใจให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในที่ดิน การอายัดที่ดิน จะตกเป็นโมฆะในทันทีหากผู้ที่ขออายัดเป็นคนละคนกับผู้ที่มีชื่อในโฉนด ดังนั้นหากมีความจำเป็นที่จะต้องมีการอายัดที่ดินก็ควรแจ้งให้ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนนั้นทราบด้วย ยิ่งถ้าหากว่าโฉนดหนึ่งใบมีผู้ถือกรรมสิทธิ์หลายคน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการแจ้งทุกคนให้รับรู้และเพื่อความถูกต้องตรงไปตรงมา รวมทั้งความไว้ใจซึ่งกันและกัน
ทำความรู้จักใบปลอดหนี้ก่อนการซื้อที่ดิน การทำธุรกรรมทางที่ดินใดๆก็ตาม สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลย เพราะถ้าขาดไปแล้วจะทำให้การทำธุรกรรมทางที่ดินนั้นจะทำให้การถือครองที่ดินไม่สมบูรณ์ สิ่งนั้นคือ ใบปลอดหนี้ ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเพื่อการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากเป็นเอกสารที่ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระเงินค่าส่วนกลางในการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านจัดสรร ใบปลอดหนี้ ถูกกำหนดให้มีขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนที่มีหน้าที่จ่ายค่าส่วนกลางพึงระลึกว่า ถ้าเราไม่จ่ายค่าส่วนกลาง ก็มีผลทำให้เราขายที่อยู่อาศัยนี้ได้ยาก หรือขายได้ ก็โอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ ทั้งนี้เมื่อต้องการขายหรือโอนกรรมสิทธิ์แต่ไม่จ่ายค่าส่วนกลางหรือจ่ายไม่ครบ นิติบุคคลไม่สามารถออก ใบปลอดหนี้ ให้ได้ และเจ้าหน้าที่กรมที่ดินมีสิทธิ์ระงับการโอนกรรมสิทธิ์นั้นๆ ได้ด้วย นอกจากนี้ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมือสอง ควรตรวจสอบประเด็นนี้ให้ดี เจ้าของทรัพย์สินนั้น จ่ายค่าส่วนกลางแล้วหรือไม่ มีอะไรที่เป็นหนี้ค้าง ค้างจำนวนมากหรือไม่ ผู้ซื้อรับได้หรือไม่ที่ต้องเคลียร์เอง หรือแจ้งให้เจ้าของทรัพย์สินเคลียร์ก่อนตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ การตรวจสอบข้อมูลรอบด้านก่อนวางเงินซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อให้รู้รอบด้าน จะช่วยให้ลดภาระในเรื่องการทำนิติกรรมหรือธุรกรรมทางที่ดินไปได้เยอะโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ ใบปลอดหนี้ ซึ่งเอกสารชิ้นนี้มีความสำคัญในเรื่องของการจ่ายค่าสาวนกลางภายในที่พักอาศัย โดยต้องเก็บหลักฐานไว้ด้วยในแต่ละเดือนทั้งการรับและการจ่าย เพื่อที่ว่าขณะที่ต้องเปลี่ยนมือจะได้ไม่มีปัญหา
ความสำคัญของหลักฐานจดทะเบียนที่ดิน การจดทะเบียนที่ดินมีขึ้นเพื่อเป็นการรับรองสิทธิ์ว่ามีเจ้าของอยู่จริงตามพื้นที่ที่ได้มีการตกลงซื้อขายกันไว้ โดยการจดทะเบียนแต่ละสถานที่หรือที่ดินแต่ละรูปแบบนั้นมีการใช้เอกสารหลักฐานซึ่งมีความต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของรูปแบบของที่ดินทั้งที่ดินว่างเปล่า ที่อยู่อาศัย หรืออาคารพาณิชย์ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของเอกสารหลายอย่างเกี่ยวกับ หลักฐานที่ใช้ในการจดทะเบียน โดยการกำหนดของกรมที่ดินและสำนักงานที่ดินแต่ละแห่งเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้นกับการซื้อขายที่ดินแบบไม่ผิดฝาผิดตัว หลักฐานที่ใช้ในการจดทะเบียน มีความแตกต่างกันตามแต่ละสถานที่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและปฏิบัติเกี่ยวกับการจดทะเบียนได้อย่างถูกต้อง จึงมีการแบ่งการใช้หลักฐานสำหรับการจดทะเบียนไว้ เพื่อให้การดำเนินการต่างๆในเรื่องของที่ดินมีความถูกต้องและชัดเจนมากที่สุด ดังต่อไปนี้ บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนและบริษัท วัด โบสถ์คริสต์ มัสยิด สำหรับหลักฐานที่ใช้สำหรับการจดทะเบียนที่แต่ละประเภทจะขาดไม่ได้คือโฉนดที่ดิน และหลักฐานการแสดงตัวตนของผู้ที่จะขอจดทะเบียน ตลอดจนเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับ หลักฐานที่ใช้ในการจดทะเบียน เพื่อแสดงสิทธิ์ของการเป็นเจ้าของที่ดินประเภทต่างๆ ที่ได้ระบุไว้ตามกำหนดของกรมที่ดินเพื่อใช้ประกอบการจดทะเบียน หลักฐานที่ใช้ในการจดทะเบียน จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึง ลักษณะของอาคาร หรือที่ดิน ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ว่าเป็นรูปแบบใด โดยจะต้องชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดเพื่อให้ง่ายต่อการจดทะเบียนและเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามข้อบังคับที่วางไว้ ถ้าหากขาดสิ่งเหล่านี้ไปการจดทะเบียนอาจเป็นโมฆะได้ เอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดินมีอะไรบ้าง
การก่อภาระผูกพัน การซื้อขายที่ดินนั้นสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับโฉนดที่ดินอีกอย่างหนึ่งก็คือ ต้องตรวจสอบเกี่ยวกับ การก่อภาระผูกพัน ซึ่งอาจเป็นจุดหนึ่งซึ่งทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ โดยจะต้องทำการตรวจในทันทีเมื่อได้รับโฉนดมา เพื่อให้มีปัญหาน้อยที่สุดหรือไม่มีปัญหาใดๆเลย อันจะนำมาซึ่งความตรงไปตรงมาและความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ส่งผลให้การซื้อ ขาย หรือ เช่า เป็นไปอย่างดีที่สุดด้วยความรวดเร็ว การตรวจสอบ การก่อภาระผูกพัน นั้นมีสิ่งที่ระบุว่าต้องตรวจหลายประการ เพื่อให้ที่ดินที่จะได้มานั้นมีความถูกต้องมากที่สุด สำหรับการตรวจสอบภาระผูกพันของที่ดิน มีสิ่งที่ต้องทำการตรวจสอบ ได้แก่ ตรวจสอบภาระผูกพันหรือ การก่อภาระผูกพัน ในการจำนอง ในข้อนี้มักจะเป็นสถาบันการเงินที่รับจำนอง เช่น การตรวจสอบประเภทของการจำนอง จำนองเป็นประกัน จำนองเป็นประกันลำดับสองลำดับสาม หรือจำนองเฉพาะส่วน ตรวจสอบ ภาระจำยอม เป็นทรัพยสิทธิชนิดหนึ่งที่ตัดรอนอำนาจของกรรมสิทธิ์ โดยทำให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์อันหนึ่งเรียกว่า ภารยทรัพย์ ต้องดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้น หรืออาจเป็นการทำให้กระทบกระเทือนทรัพย์สินนั้นเพื่อประโยชน์ของอสังหาริมทรัพย์อื่นเรียกว่า สามยทรัพย์ นอกจากนี้ยังต้องได้รับการตรวจสอบในเรื่องของสิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน และยังหมายรวมถึงภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่า ตลอดจนที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ ที่ให้ทำการเช่า ซึ่ง การก่อภาระผูกพัน เหล่านี้ก็จะยังคงอยู่แม้ว่าจะเปลี่ยนเจ้าของกรรมสิทธิที่ดินแล้ว ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบให้ครบถ้วน เมื่อได้มีการตรวจสอบแล้วก็ทำให้มั่นใจได้ว่า การได้มาของที่ดินนั้นเป็นการได้มาโดยชอบธรรม และยังมีสิทธิที่จะทำอะไรใดๆก็ได้บนที่ดิน เนื่องจากไม่มีเหตุที่จะก่อให้เกิด การก่อภาระผูกพัน จึงไม่ต้องกังวลใดๆ กับการเป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้นๆ จากการซื้อมาอีกทอดหนึ่ง
โอนมรดกสิทธิการไถ่ เพื่อเป็นการได้รับสิทธิ์ในการไถ่ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ต่างๆได้จากการโอนมรดกของผู้ตายเจ้าของที่ดินได้นั่นเองแต่แน่นอนว่าระยะเวลาในการไถ่ก็เป็นระยะเวลาตามสัญญาที่ได้ระบุเอาไว้และทางลูกของผู้ตายต้องมีการมาเซ็นยินยอมในการรับสิทธิส่วนนี้แล้ว โดยสำหรับการโอนมรดกในส่วนนี้เป็นการโอนสิทธิ์ที่จะได้รับแทนผู้ตายเพราะว่าถ้าหากผู้ตายนำที่ดินในส่วนนั้นไปขายฝากก็สามารถที่จะไถ่ที่ดินคืนได้ตามสัญญาที่ได้ระบุไว้ตามกฎหมายกันอยู่แล้วซึ่งสำหรับอสังหาริมทรัพย์ก็อยู่ในระยะเวลา 10 ปีและสังหาริมทรัพย์ก็อยู่ในระยะเวลา 3 ปีได้กันและก่อนที่จะได้รับมรดกสิทธิ์ในส่วนนี้ก็จะต้องมีการเซ็นยินยอมในสัญญาเพื่อที่จะต้องการไถ่ที่ดินในส่วนนี้ ทั้งนี้ก็จะต้องอยู่ในระยะเวลาที่ทางกฎหมายได้มีการกำหนดเอาไว้ด้วย ดังนั้นแล้วทำให้คุณนั้นเกิดความสบายใจได้เลยว่าถึงแม้ว่าผู้ตายนั้นจะเสียชีวิตไปแล้วแต่ถ้าหากมีทายาทก็จะได้รับการโอนมรดกสิทธิการไถ่ได้โดยอัตโนมัติแต่จะต้องมีการเซ็นยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรในการยืนยันเอกสารและการจดทะเบียนต่างๆสัญญาต่างๆกันด้วยและทางนี้ก็สามารถที่จะไถ่ที่ดินในส่วนนั้นได้ไม่ว่าจะเป็นทั้งรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ก็ตามก็สามารถที่จะดำเนินการในการใช้งานได้โดยทั้งนี้ก็สามารถรวบรวมเอกสารต่างๆและศึกษาถึงสัญญาให้เป็นอย่างดีก่อนที่จะมีการเซ็นเอกสารเพื่อที่จะได้มีความเข้าใจในการดำเนินการต่างๆไว้อย่างถี่ถ้วนทำให้คุณนั้นไม่เสียโอกาสหรือเสียอสังหาริมทรัพย์สังหาริมทรัพย์ไปโดยศูนย์เปล่านั่นเอง ภาษีมรดก
ภาษีมรดก ถ้าพูดถึงมรดกที่ได้รับตกทอดจากรุ่นพ่อแม่ที่จะมอบทั้งสินทรัพย์ต่างๆให้กับลูกๆแน่นอนว่ามีบางรูปแบบที่จะต้องเสียภาษีในการรับมรดกนั้นๆซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความใกล้ชิดในลำดับและเพื่อให้คนในปัจจุบันทราบถึงการเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มากยิ่งขึ้นเราก็จะแนะนำในการตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น โดยสำหรับภาษีมรดกที่มาจากมรดกที่มีการโอนทรัพย์สินจากผู้ตายไปยังลูกหลานที่ได้มีการระบุเอาไว้และสำหรับมรดกที่จำเป็นจะต้องเสียภาษีก่อนที่จะได้รับก็จะมี1.อสังหาริมทรัพย์ที่จะเป็นบ้านที่ดินต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม 2.เป็นหลักทรัพย์ตามพรบหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ก็คือหุ้น การลงทุนต่างๆ 3.เงินฝาก 4.ยานพาหนะที่ได้มีการจดทะเบียน และ5.สำหรับทรัพย์สินทางการเงินที่มีกำหนดเพิ่มตามกฎหมายในอนาคตก็จำเป็นจะต้องมีการเสียภาษีมรดกและสำหรับผู้ที่ได้รับมรดกรวมกันไม่ถึง 100 ล้านบาทหรือผู้ที่เป็นคู่สมรสตามกฎหมายไม่จำเป็นจะต้องเสียภาษีมรดก แบบนี้จึงทำให้คุณได้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นในการเสียภาษีในส่วนมรดกที่มีผลจากการได้รับมรดกซึ่งอัตราเปอร์เซ็นต์นะก็ขึ้นอยู่กับลำดับในการรับมรดกนั่นเองว่าจะมากน้อยขนาดไหนทั้งนี้ก็เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันมากยิ่งขึ้นและสะดวกรวดเร็วในการทำธุรกรรมต่างๆและทราบถึงจำนวนเงินที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้นเพื่อจะได้ยื่นการเสียค่าใช้จ่ายภาษีในส่วนนี้ได้ในระยะเวลาที่กฎหมายมีการกำหนดและจำนวนเงินที่ได้ระบุไว้ ปรับภาษีที่ดินใหม่!!! (บังคับใช้ ปี 2562)










