ปัญหาในการขายฝาก สำหรับปัญหาในการขายฝากนั้น สามารถเกิดได้มากมาย ตั้งแต่ การกระทำสัญญาที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การทำสัญญาโดยปากเปล่า ผู้รับซื้อฝากบางรายมีการโอนทรัพย์สินให้กับบุคคลอื่นทั้งๆที่่ยังไม่ครบกำหนดไถ่ถอน ผู้รับซื้อฝากไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลสินทรัพย์ได้ หรือความเข้าใจที่ผิดพลาดทำให้ประเมินสูงกว่าราคาที่ควรจะเป็น หรือ การกำหนดราคาขายฝากต่ำกว่าความเป็นจริงที่ผู้ขายฝากควรได้ มีปัญหาในการไถ่ถอนคืน เช่น การที่ผู้รับซื้อฝากไม่ยอมให้ไถ่ถอนสินทรัพย์คืน แม้ว่าผู้ขายฝากจะจ่ายเงินไถ่ถอนทรัพย์สินนั้นครบถ้วนแล้วก็ตาม จะเห็นว่าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจากการที่กระทำสัญญาหรือใช้ช่องว่างที่ทำให้ทั้งผู้ขายฝากและผู้รับซือฝากเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทั้งเวลาและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยได้ คือ การมีข้อมูลที่ครบถ้วน หรือผู้ช่วยที่ถูกต้อง เพื่อที่จะช่วยให้เกิดความคุ้มค่าในผลตอบแทน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ที่โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้จริง รวมถึงมีการประเมินราคาที่ถูกต้องจากผู้ประเมินราคาที่ได้รับการรับรองจากกลต. จะช่วยให้ธุรกรรมการขายฝากนั้นเป็นไปได้อย่างยุติธรรมและถูกต้อง ข้อควรทราบเกี่ยวกับสัญญาขายฝากที่ดิน
ถ้าติดต่อผู้รับซื้อฝากไม่ได้ทำอย่างไร? ผู้รับซื้อฝากบางรายอาจจะเป็นนายทุนที่ไม่ดี หรือมีเจตนาหวังยึดทรัพย์ เช่น เมื่อครบสัญญาจะไถ่ถอนแล้วหนีหาย หรือติดต่อไม่ได้ กรณีนี้ผู้ขายฝากไม่ต้องกังวล เพราะผู้ขายฝากสามารถนำเงินไปวางไถ่ถอนได้ที่สำนักงานวางทรัพย์ ซึ่งจะทำให้กรรมสิทธิ์ของทรัพย์ที่ขายฝากกลับมาเป็นของผู้ขายฝากทันที โดยสำนักงานวางทรัพย์สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เลขที่ 189/1 ถนนบางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ กรุงเทพมหานคร โทร. 02-8875142–4 ส่วนภูมิภาค ติดต่อที่สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค หรือประจำศาล ส่วนภูมิภาค ติดต่อที่สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค หรือประจำศาล ข้อมูลเพิ่มเติม คำแนะนำเกี่ยวกับ การขายฝาก สำหรับผู้ขายฝาก
ที่ดินตาบอด หลายคนที่เป็นเจ้าของที่ดินตาบอดหรือที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่สาธารณะคงหนักใจไม่ใช่น้อย เพราะครั้นจะขายทิ้งก็คงได้ราคาไม่ดี ครั้นจะสร้างบ้านเองก็ต้องเจอกับปัญหาที่ตามมาจากที่ดินที่ไม่มีทางเชื่อมต่อไปสู่ทางสาธารณะ ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังเจอปัญหานี้ ในอดีตหากที่ดินที่เราครอบครองเป็นที่ดินตาบอดก็มักมีการพูดคุยกับเจ้าของที่ดินข้างเคียงเพื่อขอทำถนนออกไปสู่ทางสาธารณะได้ เนื่องจากคนยุคเก่าอยู่อาศัยกันแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน แต่ในปัจจุบันที่ดินที่ไม่มีทางออก และจะใช้วิธีแก้ปัญหาโดยการเข้าไปพูดคุยขออนุญาตทำทางออกแบบโต้งๆ เหมือนสมัยก่อนคงไม่ได้แล้ว การอ้างอิงเรื่องกฎหมายและสิทธิจึงเป็นเรื่องจำเป็นมากที่จะต้องรู้ไว้ โดยเฉพาะในเรื่องของกฎหมายที่ดินตาบอด หรือ การขอ “ทางจำเป็น” เพื่อให้ที่ดินตาบอดสามารถมีทางออกไปสู่ถนนสาธารณะได้
ที่ดินสปก.เปลี่ยนมาเป็นนส.3 ได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้ค่ะ เนื่องจากสปก. เป็นสิทธิ์ที่รัฐออกที่ให้แก่เกษตรกรทำกิน ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร สามารถตกทอดสิทธิ์แก่ทายาทต่อไป เพื่อป้องกันนายทุนเข้าครอบครอง และบุกรุกพื้นที่ทางการเกษตร จึงไม่สามารถขึ้นเป็นโฉนดหรือ นส.3 ได้ค่ะ ที่ดินสปก.สามารถซื้อขายกันได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ค่ะ แต่สามารถโอนเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทได้เท่านั้น ทำอย่างไรดี? แนะนำควรซื้อที่เป็น โฉนดนส.3 หรือ นส.4 ดีกว่าค่ะ ไม่ควรซื้อที่ดินที่เป็น สปก. เพราะว่าถือเป็นการทำผิดกฎหมาย คนซื้อก็ไม่สามารถฟ้องเอาเงินคืนได้ แถมหากโดนทางสปก.ตรวจสอบขึ้นมา จะผิดทั้งผู้ซื้อผู้ขาย โดนเพิกถอนสิทธิ์ เสียแรง เสียเงิน เสียเวลาเปล่า หากใครที่ซื้อมาแล้วก็เหมือนซื้อทำประโยชน์ รอเวลาที่ สปก. เรียกคืน จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโฉนดแบบใด • สปก. (ครุฑสีน้ำเงิน) เป็นหนังสือที่ดินทำกินห้ามโอนเปลี่ยนมือ • นส.3 (ครุฑสีดำ) อนาคตสามารถออกเป็นโฉนดได้ สามารถซื้อขาย จำนองได้ แต่ตอนจะขอออกโฉนด ต้องรังวัด และติดประกาศของทางราชการ 30 วัน
กฎหมายขายฝากใหม่-ลดความเหลื่อมล้ำไถ่ถอนทรัพย์ พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. … หรือ พ.ร.บ.ขายฝาก ตามมติที่คณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฏหมายในระยะเร่งด่วน เสนอให้แยกสัญญาขายฝากที่ดิน ออกจากประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อแยกออกมาเป็นกฎหมายเฉพาะที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกร เจ้าของที่ดินที่นำสินทรัพย์ไปขายฝาก และมีผิดนัดไถ่ถอนทรัพย์ที่ดินได้เสี่ยงที่จะหลุดมือไปเป็นของนายทุนหรือเจ้าหนี้ประมาณ 1 แสนราย/ปี หรือ 1 ล้านไร่/ปี กฎหมายขายฝากเป็นกฎหมายที่จัดทำขึ้นใหม่ เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนและเกษตรกรที่มีโอกาสสูญเสียที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยหลังสุดท้าย หลังจากทำสัญญาขายฝาก ตลอดจนไม่ให้เกิดอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต โดยกฏหมายนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม ที่ผ่านมาเจ้าหนี้ มักกำหนดระยะเวลาขายฝากให้สั้น ด้วยวัตถุประสงค์ไม่ต้องการให้เกิดการไถ่ถอนทรัพย์ บางสัญญากำหนดระยะเวลาการไถ่ถอน 4 เดือน และที่ผ่านมามักเจอว่า เมื่อใกล้เวลาจะไถ่ถอนทรัพย์ขายฝากเจ้าหนี้มักหนีไปเที่ยว เพื่อตั้งใจให้หาไม่เจอ ทำให้ที่ดินหลุดมือ สำหรับกฎหมายใหม่กำหนดไว้ว่า ก่อนครบกำหนดเวลาไถ่ถอนนายทุนต้องแจ้งเจ้าของทรัพย์ก่อนครบกำหนด หากไม่แจ้งแสดงว่าสัญญานั้นเลื่อนกำหนดออกไปอีก 6 เดือน และมูลค่าเงินที่ต้องไถ่ถอนทรัพย์ ต้องไม่เกินราคาขายฝากบวกดอกเบี้ยไม่เกิน 15% และหากเจ้าของเงินหรือเจ้าหนี้เสียชีวิต เจ้าของทรัพย์สามารถไถ่ถอนจากทายาทได้ หรือลูกหนี้ หรือเจ้าของทรัพย์เสียชีวิต ทายาทก็สามารถดำเนินการไถ่ถอนทรัพย์ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ในกฎหมายใหม่หากครบกำหนดไถ่ถอน เจ้าของทรัพย์ยังมีเวลาอีก 1 ปี เพื่อหาเงินเพื่อไถ่ถอนที่ดินได้ ข้อมูลเพิ่มเติม กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขายฝาก
คำแนะนำเกี่ยวกับ การขายฝาก สำหรับผู้ขายฝาก ๑. ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้ภายในเวลาที่กำหนด ทรัพย์สินที่ขายฝากถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์จะกำหนดเวลาขายฝากกันเท่าใดก็ได้ แต่ จะเกินสิบปีไม่ได้ ถ้าไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนก็ต้องไถ่คืนภายในสิบปี กำหนดเวลาไถ่นี้เป็นเรื่องของช่วงเวลา เช่น ขายฝาก มีกำหนด ๒ ปี ผู้ขายฝากจะไถ่คืนเมื่อใดก็ได้ ไม่ต้องรอจนครบ ๒ ปี แต่ถ้าผู้ขายฝากไม่ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินภายในกำหนดเวลา ย่อมหมดสิทธิไถ่ทรัพย์สินนั้นอีกต่อไป (เว้นแต่จะเป็นกรณีตกลงซื้อขายกันใหม่) และมีผลทำให้กรรมสิทธิ์ตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยเด็ดขาด ๒. สัญญาขายฝากที่กำหนดเวลาไถ่ไว้ต่ำกว่าสิบปี ก่อนครบกำหนดเวลาไถ่ หากผู้ขายฝากเห็นว่า ไม่อาจใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดเวลาได้ ควรทำความตกลงกับผู้ซื้อฝากเพื่อขอขยายกำหนดเวลาไถ่ การขยายกำหนดเวลาไถ่อย่างน้อยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ซื้อฝาก และควรนำข้อตกลงดังกล่าว มาจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากต้องมาดำเนินการจดทะเบียนด้วยกันทั้งสองฝ่าย ในกรณีที่ ขอจดทะเบียนเมื่อพ้นกำหนดเวลาไถ่ไปแล้วจะต้องมีหนังสือหรือหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ซื้อฝากที่ได้ ทำขึ้นก่อนสิ้นสุดกำหนดเวลาไถ่มาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย ๓. การจดทะเบียนไถ่ถอนจากขายฝากเป็นคนละส่วนกับการใช้สิทธิไถ่ เพราะการจดทะเบียนไถ่ถอนจากขายฝากจะกระทำเมื่อใดก็ได้ แต่การใช้สิทธิไถ่ต้องกระทำภายในกำหนดเวลาไถ่ตามสัญญาขายฝาก โดยนำ สินไถ่ส่งมอบแก่ผู้ซื้อฝากภายในกำหนดเวลาไถ่ ถ้าไม่สามารถตามตัวผู้ซื้อฝากได้ หรือ ผู้ซื้อฝากหลีกเลี่ยงไม่ยอมให้มีการไถ่ ให้นำสินไถ่ไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์ภายในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้ การวางทรัพย์ในส่วนกลางให้วาง ณ สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ในส่วนภูมิภาค ณ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค หรือสำนักงานบังคับคดีจังหวัด สำหรับจังหวัดที่ไม่มีสำนักงานบังคับคดีตั้งอยู่ ให้ติดต่อจ่าศาลของศาลจังหวัดนั้นๆ เพื่อจัดส่งแก่สำนักงานบังคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคต่อไป อย่างไรก็ดีเมื่อใช้สิทธิไถ่แล้ว ควรรีบมาขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยเร็ว หากทิ้งไว้อาจเกิดความเสียหายได้
การจดทะเบียน ขายฝาก ประเภทการจดทะเบียน ๑. ขายฝาก มีกำหนด….ปี หมายความว่า การจดทะเบียนขายฝากทั้งแปลง ไม่ว่าในหนังสือแสดงสิทธิ จะมีชื่อคนเดียวหรือชื่อหลายคน ทุกคนขายพร้อมกัน ๒. ขายฝากเฉพาะส่วน มีกำหนด …ปี หนังสือแสดงสิทธิมีชื่อหลายคน บางคนหรือหลายคนแต่ไม่ทั้งหมดขายเฉพาะส่วนของตนไป ส่วนของคนอื่นบางคนไม่ได้ขาย ๓. ไถ่ถอนจากขายฝากและไถ่ถอนจากขายฝากเฉพาะส่วน หมายความว่า ผู้ขายฝากได้ขอใช้สิทธิไถ่ถอนขายฝากภายในกำหนดอายุเวลาในสัญญาขายฝาก หรือภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ สิบปี ๔. แบ่งไถ่จากขายฝาก หมายความว่า ผู้ขายฝากได้ขายฝากที่ดินรวมกันหลายแปลงในสัญญาขายฝากฉบับเดียวกัน หรือขายฝากไว้แปลงเดียวต่อมามีการแบ่งแยกที่ดินแปลงที่ขายฝากออกไปอีกหลายแปลง ภายในอายุสัญญา ขายฝาก ผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากตกลงให้ไถ่ถอนขายฝากที่ดินไปบางแปลง และบางแปลงยังคงขายฝากอยู่ตามเดิม โดย ลดจำนวนเงินที่ขายฝากลงตามแต่ผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากจะตกลงกัน ๕. ปลดเงื่อนไขการไถ่จากขายฝาก และปลดเงื่อนไขการไถ่จากขายฝากเฉพาะส่วน หมายความว่า ผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากได้ตกลงกันในระหว่างอายุสัญญาขายฝากว่าผู้ขายฝากขอสละสิทธิการไถ่จากขายฝาก กล่าวคือ จะไม่ขอใช้สิทธิการไถ่จากขายฝากอีกต่อไปแล้ว ทรัพย์สินที่ขายฝากไว้จึงพ้นจากเงื่อนไขการไถ่ เปรียบสภาพเช่นเดียวกับเป็นการขายธรรมดานับแต่จดทะเบียนปลดเงื่อนไขการไถ่ ๖. โอนสิทธิการไถ่จากขายฝาก และโอนสิทธิการไถ่จากขายฝากเฉพาะส่วน หมายความว่า ในอายุสัญญาขายฝาก ผู้ขายฝากมีสิทธิที่จะไถ่ถอนจากขายฝากได้ แต่ผู้ขายฝากได้โอนสิทธิการไถ่ดังกล่าวให้บุคคลอื่นไป จะโดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนก็ได้ แต่ต้องให้ผู้รับซื้อฝากรับทราบและให้ถ้อย คำยินยอม ๗. โอนมรดกสิทธิการไถ่ หมายความว่า ในระหว่างอายุสัญญาขายฝาก ผู้ขายฝากย่อมมีสิทธิ ที่จะ ไถ่ถอนจากการขายฝากได้ แต่ต่อมาผู้ขายฝากได้ถึงแก่กรรม สิทธิไถ่จึงตกแก่ทายาท ทายาทจึงมาขอรับมรดกสิทธิการไถ่นั้น ๘. ระงับสิทธิการไถ่ (หนี้เกลื่อนกลืนกัน) หมายความว่า ในอายุสัญญาขายฝากผู้มีสิทธิการไถ่ (ผู้ขายฝาก) และผู้รับการไถ่ (ผู้รับซื้อฝาก) ตกมาเป็นบุคคลเดียวกัน หนี้ที่ขายฝากย่อมเกลื่อนกลืนกัน สิทธิการไถ่ย่อมระงับ ๙. แบ่งแยกในนามเดิม (ระหว่างขายฝาก) การขายฝากเป็นสัญญาซื้อขายกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ตกไปยังผู้ซื้อฝาก ส่วนผู้ขายฝากมีแต่สิทธิการไถ่ ผู้ซื้อฝากย่อมทำการแบ่งแยกหรือจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์ที่ขายฝากได้เมื่อได้รับคำยินยอมจากผู้ขายฝากแล้ว โดยผู้ซื้อฝากเป็นผู้ยื่นคำขอดำเนินการ หนังสือแสดงสิทธิแปลง แยกให้ลงชื่อผู้รับซื้อฝากเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และให้ยกรายการจดทะเบียนประเภทขายฝากไปจดแจ้งในรายการจดทะเบียน ถ้าแปลงแยกแปลงใดผู้ขายฝากยินยอมให้พ้นสิทธิการไถ่จากขายฝาก ก็ให้จดทะเบียนในประเภทปลดเงื่อนไขการไถ่จากขายฝาก
พ.ร.บ.คุ้มครองปชช.ในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฯ เมื่อวันที่16เม.ย.ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย โดยมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา26ประกอบกับมาตรา37ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพ.ร.บ.นี้เพื่อคุ้มครองผู้ขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยให้ได้รับความเป็นธรรมจากการทำธุรกรรมดังกล่าว ทั้งนี้ให้โอนหน้าที่และอำนาจของหัวหน้าเขตนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอซึ่งมีอยู่ตามประมวลกฎหมายที่ดินก่อนวันที่พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่4)พ.ศ. 2528ใช้บังคับไปเป็นหน้าที่และอำนาจของข้าราชการสังกัดกรมที่ดินที่ปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอ ตามที่อธิบดีกรมที่ดิน กำหนด ทั้งนี้ตามมาตรา 6การขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือการขายฝากที่อยู่อาศัยซึ่งผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับตามพ.ร.บ.นี้เว้นแต่การใดที่มิได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะหรือบัญญัติไว้เป็นประการอื่นในพ.ร.บ.นี้ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม ไม่ว่าในสัญญาขายฝากจะกำหนดไว้เป็นประการใดหรือมีข้อตกลงเป็นประการใดและไม่ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะระบุไว้ในสารบัญสำหรับจดทะเบียนว่าเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือการขายฝากที่อยู่อาศัยหรือไม่ก็ตามถ้าตามข้อเท็จจริงในขณะที่ขายฝากปรากฏว่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ขายฝากเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามพ.ร.บ.นี้ ให้ใช้บังคับตามพ.ร.บ.นี้ ข้อตกลงใดที่ขัดหรือแย้งกับพ.ร.บ.นี้ไม่ว่าจะมีอยู่ในสัญญาขายฝากหรือทำเป็นข้อตกลงต่างหากให้ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ โดยตาม มาตรา18ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือภายในเวลาที่กำหนดในพ.ร.บ.นี้โดยอาจชำระสินไถ่ให้แก่ผู้ซื้อฝากหรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสานักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนการขายฝาก ส่วนในกรณีที่ผู้ขายฝากไม่อาจใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดอันมิใช่เป็นความผิดของผู้ขายฝากให้ผู้ขายฝากมีสิทธิวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนการขายฝากทรัพย์สินนั้นได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันถึงกำหนดเวลาไถ่หรือนับแต่วันที่เหตุที่ทำให้ไม่อาจใช้สิทธิไถ่ดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้วแต่กรณีและให้ถือว่าผู้ขายฝากได้ไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากตามกำหนดเวลาไถ่แล้วโดยในการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนจำนวนมากได้ปรากฏว่าผู้ขายฝากมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าผู้ซื้อฝากอันเนื่องมาจากสถานะทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันและผู้ขายฝากอาจได้รับความเดือดร้อนจากการสูญเสียที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัยสมควรกำหนดให้มีการควบคุมสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่โดยกำหนดให้ผู้ขายฝากสามารถดำเนินการและให้ข้าราชการสังกัดกรมที่ดินซึ่งปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอมีหน้าที่และอำนาจรับการวางทรัพย์ได้ด้วยทั้งนี้เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างเสริมความเป็นธรรมในสังคมจึงจำเป็นต้องตราพ.ร.บ.นี้. กฎหมายขายฝากเพิ่มเติม กฎหมายขายฝากใหม่-ลดความเหลื่อมล้ำไถ่ถอนทรัพย์
การจำนำรถ การจำนำรถมี 2 ระบบ คือ 1. จำนำแบบจอดรถทิ้งไว้พร้อมเล่มทะเบียน ข้อดีคือลูกค้าจะได้รับเงินสดทันที พร้อมดอกเบี้ยที่ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งรถใหม่ยิ่งดอกเบี้ยถูกลงอีก ระยะเวลาก็ไม่นานประมาณครึ่งชั่วโมงก็ทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย เอกสารที่ต้องเตรียม 1. ทะเบียนรถ 2. สำเนาทะเบียนบ้าน 3. สำเนาบัตรประชาชน 4. กุญแจสำรอง 2. จำนำแบบการรีไฟแนนซ์ ลูกค้าสามารถนำรุกลับไปใช้ได้ต่อแต่จะต้องรอประมาณอย่างน้อย 5 วันถึงจะได้รับเงินได้ เพราะจะต้องรอเช็คเกอร์จากบริษัทไฟแนนซ์ตรวจสอบก่อน ลูกค้าจะต้องมีคนค้ำ 1 คน ซึ่งจะต้องเป็นเจ้าบ้าน และมีอาชีพการงานทำ ( ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งสามารถคุยกันได้ ) ส่วนเรื่องดอกเบี้ยจะต้องเป็นไปตามตารางของบริษัทไฟแนนซ์ ยกตัวอย่างตามตารางด้านล่างนี้ เอกสารที่ต้องเตรียมมา ( ทั้งผู้ซื้อผู้ค้ำ เอกสารเตรียมมาเหมือนกัน ) 1. ทะเบียนรถ 2. สำเนาทะเบียนบ้าน 3. สำเนาบัตรประชาชน 4. กุญแจสำรอง 5. สลิปเงินเดือน 6. Book
มารู้จักเอกสารสิทธิเกี่ยวกับ “ที่ดิน” กันดีกว่า เอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดิน มีอยู่หลายประเภทที่ควรรู้ และที่สำคัญ ที่ดิน นับว่าเป็นทรัพย์สินที่มีค่า มีราคา และมีประโยชน์แก่มวลมนุษย์อย่างยิ่ง เช่น ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ใช้ในการเกษตรกรรม ใช้ในการอุตสาหกรรม ใช้เป็นหลักประกัน และอื่น ๆ นอกจากนี้ ที่ดินยังเป็นเครื่องแสดงฐานะความเป็นอยู่ ของแต่ละคนด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงล้วนพยายามใฝ่หา ให้ได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินเป็นของตนเอง แม้ปัจจุบันที่ดินจะมีราคาแพงสักเพียงใดก็ตาม ก็จะพยายามทำงานให้ได้มาเพื่อจะได้แลกซื้อที่ดิน เป็นของตนเองสักแปลง แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) ใบจอง (น.ส. ๒) หนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส. ๓ น.ส. ๓ ก. น.ส. ๓ ข. ใบไต่สวน (น.ส. ๕) โฉนดที่ดิน ประโยชน์ของโฉนดที่ดิน การทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน หรือมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ คำเตือน










